บทที่ 3 ไฟใกล้ฟาง
“ ปิดเพลงเดี๋ยวนี้!!”
มือใหญ่ทุบประตูดังปึงพร้อมน้ำเสียงที่ดุดันขึ้น
“ชะอุ๊ยย”
จำปาหันมามองแล้วหลุดอุทานตาโตปล่อยแปรงตกมือพลางปาดเหงื่อบนไรผมหน้าม้าขึ้น
“ฉันสิ ต้องตกใจ เธอเป็นใครมาทำงานที่นี่ตั้งแต่วันไหนกัน” เขาบดริมฝีปากบ่นเสียงรอดไรฟัน
“หนูชื่อจำปามากับคุณชมนาดตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ” เธออธิบายเสียงแหลมดวงตาใสแป๋วมองเขาพลางเอียงคอเล็กน้อยอย่างพิจารณา
..ออ คงเป็นคุณชัชวาลหลานชายคุณชมนาดสินะ..
“..สวัสดีค่ะคุณชัชวาล”
เธอยกมือไหว้เจ้าของบ้านทั้งที่ยังนั่งยองๆอยู่
แม่สาวใช้เงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาดวงตาเรียวรีเจ้าเล่ห์อยู่ใต้คิ้วเข้มได้รูปสวย จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากแดงฉ่ำช่างหล่อละมุนเหลือเกิน
..เคยเจอแต่ในรูปตัวจริงดูดีและขาวกว่าตั้งเยอะแฮะ..
“เออๆ ปิดเพลงและเลิกลากโต๊ะเก้าอี้ซะ ฉันจะนอน”
เขาโบกสะบัดข้อมือพร้อมหันหลังกลับชนิดไม่สนใจอะไรนัก ก็หล่อนกะโปโลเกินกว่าจะมองเห็นความงามอะไรเทือกนั้น
จำปารับคำสั่งและเดินลิ่วหวังจะไปปิดเพลงในมือถือที่วางหน้าห้องน้ำใกล้กับเท้าของชัชชวาล ด้วยความลนลานเกินเหตุจนลืมไปว่าหล่อนราดน้ำยาไว้บนพื้นจนเท้าเล็กลื่นหัวคะมำ
“ว้ายยยย”
ร่างบางลื่นไถลไปกระทบแผ่นหลังกว้างอย่างจัง
ฟุ่บบ!!
“เฮ้ยย”
ชัชวาลย์เซเกือบล้มหัวคะมำไปอีกคน ดีที่ทรงตัวอยู่พร้อมเอี้ยวตัวกลับไปคว้าร่างเล็กไว้ทันก่อนที่หน้าเหลอหลานั้นจะฟาดพื้นธรณีประตูห้องน้ำให้หัวร้างค่างแตก
ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มปนเหงื่อจนมันแผล็บเงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาเธอเผลอคลี่ยิ้มคล้ายคนละเมอ ส่วนคนถูกมองนั้นเพ่งมองต่ำกว่าตำแหน่งหน้า เขาตาโตกับเนินเนื้อในยกทรงสีชมพูโผล่พ้นเสื้อคอวี หากหล่อนขยับกายอีกนิดก็จะเห็นยอดถันแล้ว
ชัชวาลลอบกลืนน้ำลายภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไม่ให้ไก่ตื่น มือใหญ่โอบเอวกิ่วเข้าหาตัวพร้อมลากร่างบางเบาหวิวออกมาจากห้องน้ำ
“เจ็บตรงไหนมั้ย?”
เสียงทุ้มนุ่มกังวานเอ่ยถามทั้งที่ความจริงสนใจเพียงแค่หน้าอกก้อนกลมๆน่าขย้ำนั่นต่างหาก ส่วนคนถูกถามนั้นยิ่งคิดเลยเถิดไปไกลวาดฝันดั่งตัวเองกำลังถูกโอบกอดบนธรรมชาติอันสวยงามมีผีเสื้อบินว่อนท่ามกลางขุนเขาเขียวขจี
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“อึ๊บบ อ่า..
เขาฉวยโอกาสใช้แรงแขนยกตัวเธอข้ามไม้กวาดและไม้ถูฝ่ามืออยู่ใต้วงแขนปลายนิ้วแอบขยับยกทรงเธอจนเคลื่อน
...แม่เจ้า ยอดถันเม็ดเล็กสีชมพูอ่อนโผล่ออกมาทักทายเขาในที่สุด..
“..ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
เมื่อได้ยลสมใจอยากจึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ
“ทำที่นี่เสร็จแล้วก็ไปทำที่ห้องฉันนะ อยู่ข้างๆนี่แหละ”
วาจากำกวมนั้นเอ่ยถามเพื่อหยังเชิงหล่อน
“ค่ะ”
เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากดวงตาคมหรี่มองแม่สาวใช้ยืนบิดกายจนตัวม้วน ..เด็กนี่ดูท่าจะไม่ธรรมดาแฮะ
“อ้าว ตาชัช มาอยู่นี่เองหรอกหรือ”
เสียงของคุณชมนาดช่างมาได้จังหวะพอดีนักเชียว
“เอ๊า แม่จำปาก็อยู่นี่รึฉันก็ตามหาอยู่เห็นแม่บ้านบอกว่าเธอขึ้นมาทำความสะอาดบนชั้นสาม”
เธอเหลือบไปมองเด็กสาวด้วยความรู้สึกเอ็นดู
“ค่ะคุณท่าน”
“เรื่องห้องหับเป็นไงบ้าง ทนๆอยู่รวมพวกนั้นไปก่อนระหว่างรอช่างซ่อมแซมประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยเดี๋ยวก็ได้ห้องนอนเดี่ยวแล้วนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน” เธอยกมือไหว้
“อืม ไปๆทำงานของเธอไป”
“ค่ะ”
จำปาโค้งศีรษะลงก่อนจะรีบเข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำต่อ ชัชวาลใช้หางตาเหลือบมองหล่อนด้วยท่าทีเฉยเมยหากแต่ในใจรู้สึกเสียดายนัก
.........................
ชัชวาลประคองพาคุณชมนาดไปที่สวนหลังบ้านมีศาลาไม้ทรงไทยบรรยากาศอันร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เป็นจุดนั่งพักผ่อนสำหรับคนในบ้านและแขกเหรื่อได้รับลมเย็นๆ ที่นี่เงียบสงบจนได้ยินเสียงรินน้ำชาจากมือเหี่ยวย่นดังแข่งกับสายลมพัดผ่านหูดังอื้ออึง
“ว่าแต่เราไปทำอะไรในห้องยัยน้ำชาละฮื้ม?”
“ไปดุเด็กที่มากับคุณย่านั่นแหละครับ เปิดเพลงเสียงดังรบกวนเวลานอนผม”
“ก็อย่าไปดุเด็กมันนักเลย นังจำปามันเพิ่งมาอยู่ใหม่ไม่ค่อยรู้อะไร แต่มันขยันนา งานหนักงานเบาได้หมด ทำกับข้าวก็อร่อย ปรนนิบัติกับย่าไม่มีบกพร่องไม่เคยรู้สึกเสียดายข้าวสุกเลยที่เลี้ยงมัน”
“คร้าบ ไม่ต้องห่วงเลยถ้าคุณย่าเอ็นดูเด็กมันขนาดนั้นผมไม่มีทางไล่ออกแน่นอน”
“ก็ดี .. ว่าแต่เราเถอะขนาดย่ามาถึงตอนตีสามยังไม่เจอตัวเจ้าของบ้านเลย เห้อ ทำไมถึงได้กลับบ้านดึกนัก เห็นคนที่นี่บอกว่าบางวันเราก็ไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่น ใช้ได้ซะที่ไหนกัน”
เสียงบ่นของคุณย่านั้นช่างเย็นยะเยือกดั่งสายน้ำไหลเอื่อยฟังแล้วสบายหูเกินกว่าจะเขาจะเกิดความหงุดหงิดรำคาญได้ เขาคงแปลกไปแล้วสินะถ้าจะบอกว่ารู้สึกดีที่มีเสียงบ่นด้วยความเป็นห่วง
“กลับมาทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน เห้อ .ก็ไม่รู้ว่าจะรีบมาทำไม” เขาเอ่ยวาจาตัดพ้อ เรือนใหญ่หลังนี้เคลื่อนห่างจากความสุขออกไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่แม่เสีย ต่อมาก็พี่สาว เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะก็เคลื่อนหายตามไปด้วย เหลือเพียงเขาและพ่อที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ และตอนนี้ผลของการกระทำที่พ่อได้ก่อไว้ทำให้ต้องจากเขาไปอีกคน ชีวิตที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแม้พร้อมพรั่งไปด้วยบริวารนับร้อย ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว
